5 คำแนะนำ สำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจที่อยากประสบความสำเร็จ

5 คำแนะนำ สำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจที่อยากประสบความสำเร็จ

 

 

กว่าจะเริ่มก่อตั้งธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมได้ ต้องมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและยุ่งยาก แค่เพียงความฝันและใจที่มุ่งมั่นคงไม่เพียงพอที่จะปูทางไปสู่ความสำเร็จได้ โดยเกรซ ไฮทาวเวอร์ เดอ นิโร เจ้าของแบรนด์กาแฟ "เกรซ ไฮทาวเวอร์ แอนด์ คอฟฟี่ ออฟ รวันดา" ที่มีเป้าหมายที่จะช่วยเหลือเกษตรกรท้องถิ่นให้พัฒนาอย่างยั่งยืน และได้เรียนรู้แล้วว่าวิธีบรรลุเป้าหมายนั้นไม่ง่ายเหมือนฝัน จึงได้ให้คำแนะนำข้อสำคัญ 5 ประการแก่ผู้ที่ต้องการเริ่มธุรกิจใหม่

1. วางแผน

แต่ต้องมีความยืดหยุ่นด้วยเช่นกัน เดอ นิโร ใช้เวลาหลายเดือนวางแผนโครงสร้างธุรกิจและกลยุทธ์ พอได้แผนที่มากและได้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง มั่นคงแล้วถึงจะเริ่มทำธุรกิจจริงจัง แต่เรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอดังนั้นก็ต้องยอมรับว่าแผนที่วางไว้อาจต้องเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อย

 

2.ศึกษาตลาดและผลิตภัณฑ์อย่างถี่ถ้วนพยายามทำตัวเป็นน้ำครึ่งแก้วเสมอ

เพื่อจะได้มองจากมุมมองใหม่ๆ อย่าลืมทำการบ้านให้ดี วิจัยตลาด คู่แข่ง ธรรมชาติของลูกค้า และหมั่นตั้งคำถามบ่อยๆเพื่อหาวิธีพัฒนาศักยภาพธุรกิจให้เหนือชั้นเสมอ

 

3.สร้างความโดดเด่นเฉิดฉายท่ามกลางคู่แข่ง

เดอ นิโร กล่าวว่า คนส่วนใหญ่นึกถึงบราซิลและโคลอมเบีย แต่ไม่ค่อยนึกถึงรวันดามากนักเวลาพูดถึงเมล็ดกาแฟ แต่ด้วยคุณภาพและดีกรีรางวัลระดับโลก ทำให้คู่แข่งต้องหนาวและนี่คือสิ่งที่ทุกกิจการควรจะทำคือดึงเอาเอกลักษณ์ออกมาและนำมาถักทอเป็นเรื่องราวถ่ายทอดให้ลูกค้าได้รับรู้

 

4.สร้างทีมงานที่จะขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จทีมงานที่เชี่ยวชาญย่อมจะนำบริษัทให้ไปสู่ความก้าวหน้า

นอกจากนี้การสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์กับผู้คนในวงการยังมีประโยชน์อย่างมากโดยเฉพาะในเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ และโลกโซเชียลมีเดียก็ทำให้การระดมพลังสมองจากทั่วโลกเป็นไปได้ง่ายมากขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือ อย่ากลัวที่จะถามคำถามในเรื่องที่ไม่รู้

 

5.มองการณ์ไก

เล็งขยายกิจการไปสู่ระดับโลกคนส่วนมากไม่ใช้บริการกับบริษัทที่ตัวเองไม่รู้จัก ดังนั้นการทำการตลาดและการโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อทำให้ชื่อเป็นที่ติดหูของคนทั่วไปจะเป็นประโยชน์อย่างมาก แม้จะถือว่ามีราคาสูงสำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มก่อตั้ง แต่อย่าลืมว่าโลกยุคดิจิทัลช่วยลดค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้ไปได้ เพราะจะโปรโมทผ่านเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือปล่อยวิดีโอผ่านยูทูบ ก็เสียเงินน้อย

 

ที่มา : Smart SME

 

ขายของออนไลน์ เริ่มต้นอย่างไรดีกับการขายสินค้าออนไลน์

ขายของออนไลน์ เริ่มต้นอย่างไรดีกับการขายสินค้าออนไลน์


มีหลายท่านได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับการขายของออนไลน์ ว่าควรเริ่มต้นอย่างไร เลือกนำสินค้าประเภทไหนมาขายจึงจะขายได้ การลงทุนการส่งสินค้าให้ลูกค้าควรทำอย่างไร แน่นอนค่ะว่าการทำธุรกิจออนไลน์มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ สำหรับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการขายของออนไลน์ หรือการทำเว็บไซต์มาก่อนเลย

 


ขายของออนไลน์



เพราะนอกจากที่เราจะต้องเปิดเว็บไซต์เป็นของตัวเองแล้ว ยังต้องมานั่งโปรโมทเว็บขายสินค้าของเราให้เป็นที่รู้จักเพื่อที่จะขายสินค้าของเราได้ อีกอย่างการแข่งขันทางตลาดบนโลกออนไลน์ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อีกต่อไปเหมือนเมื่อก่อนแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราไม่รู้ว่าจะขายอะไรใช่ไหมค่ะ  ?

 

7 ขั้นตอน เริ่มต้นกับการขายของออนไลน์

เริ่มต้นอย่างไรกับการขายของออนไลน์

ขายของออนไลน์ ยังเป็นอะไรที่ใหม่อยู่ สำหรับท่านใดที่ไม่เคยทำมาก่อนหรือท่านที่กำลังจะเริ่มต้นธุรกิจนี้ ต้องบอกเอาไว้ก่อนเลยค่ะว่า การทำธุรกิจออนไลน์นั้นมีอยู่สองอย่างด้วยกันคือ รุ่ง กับ ร่วง  อย่างไรก็แล้วแต่ มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน ทุกธุรกิจไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ล้วนแล้วมีปัจจัยเสี่ยงกันทั้งนั้น มาดูสิว่าเริ่มต้นขายของออนไลน์ควรมีอะไรบ้าง

  1. แผนการตลาด
  2. งบประมาณ
  3. สินค้าที่จะนำมาขาย
  4. เว็บไซต์ขายสินค้า
  5. บริการชำระเงิน
  6. บริการจัดส่ง
  7. บริการหลังการขาย

1.แผนการตลาดออนไลน์

แผนการตลาดคือสิ่งสำคัญที่สุดของการทำธุรกิจเป็นจุดชี้ชะตาได้เลยค่ะ ว่าธุรกิจของเราจะสามารถไปต่อได้หรือไม่ หากเราไม่มีแผนการตลาดที่ดีไม่มีการวางแผนไม่มีเป้าหมายที่กำหนด อนาคตในธุรกิจออนไลน์นั้นคงจบลงทันที ควรเริ่มต้นแผนการตลาดกันอย่างไรดี

  • กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน
  • มีขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย อย่างเช่น ทำอย่างไรให้สามารถขายสินค้าของเราได้ เริ่มต้นด้วยการเปิดเว็บไซต์แล้วทำการโปรโมทสินค้าด้วยการใช้โฆษณาเป็นสื่อเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย อย่างนี้เป็นต้น
  • งบประมาณที่ใช้ในการปฏิบัติตามแผน
  • การประเมินแผน การตรวจสอบ และการปรับปรุง

2.งบประมาณลงทุน

ธุรกิจจะเติบโตขึ้นมาได้จะต้องมีเงินทุนสนับสนุน เรื่องงบประมาณคงเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ในการลงทุนไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในการผลิตสินค้า สั่งซื้อสินค้ามาขาย ค่าใช้จ่ายในการเปิดเว็บไซต์ ค่าใช้จ่ายในการโฆษณาโปรโมทเว็บ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการขนส่ง นี่คือ งบประมาณที่เราต้องคำนึงถึงเสมอในการทำธุรกิจออนไลน์ (ต้นทุนเป็นสิ่งที่สำคัญมากถ้าธุรกิจนั้นๆ มีการแข่งขันกันสูง)

3.ควรเลือกสินค้าที่จะนำมาขายอย่างไร

เลือกขายสินค้าอะไรดี

ยังคงเป็นปัญหาโลกแตกที่ใครๆ ต่างถามกันนักกันหนาว่า จะขายสินค้าอะไรดี ขายของแบบไหน รับมาจากที่ใดราคาขายส่งกี่บาท บางท่านอยากขายแต่ไม่รู้จะขายอะไรดี ถ้าให้ตอบพูดแบบคนทั่วไปที่ตอบกัน ก็หาสินค้าที่เราถนัดหรือที่เราชอบมาขาย แต่ถ้าให้ตอบแบบนักการตลาดก็ต้องตอบว่า ตลาดต้องการอะไรก็ขายสินค้าตัวนั้นไป อย่างไรก็ตามทั้งสองคำตอบนี้เราควรจะมีเอาไว้ในการพิจารณาเลือกที่จะนำสินค้ามาขาย

ส่วนกำไร และต้นทุนเป็นอีกปัจจัยในการตัดสินใจที่จะนำสินค้ามาขายด้วย เพราะการขายของออนไลน์ไม่สามารถควบคุมราคาขายได้ จะเห็นได้ว่ามีการขายตัดราคากันเกิดขึ้นบ่อยๆ ตรงนี้ถ้าใครมีราคาต้นทุนของสินค้าต่ำๆ โอกาสที่จะอยู่รอดก็สูงค่ะ

เรื่องของสินค้า จริงๆ แล้วการขายสินค้าออนไลน์สามารถขายอะไรก็ได้ตามใจที่ต้องการ ตามความสะดวกของเรา จะเห็นได้ว่าสินค้าที่มีขายอยู่บนอินเทอร์เน็ตมีขายกันตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ มีทุกอย่าง รวมไปถึงสินค้าของมือสองด้วย ถ้าไม่เชื่อก็ลองค้นหาดูได้เลยค่ะ มีทุกอย่างจริงๆ

4.เว็บไซต์ขายสินค้า

อันที่จริงเว็บไซต์ขายสินค้าไม่จำเป็นจะต้องเป็นเว็บไซต์ของเราเพียงอย่างเดียวก็ได้ จะเห็นได้ว่าบางท่านไม่จำเป็นต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองเลยเพียงแค่อาศัย ขายของตามชุมชนเว็บบอร์ดต่างๆ แต่ที่นิยมใช้กันมากขึ้นคงจะหนีไม่พ้นเฟสบุ๊ค (Facebook) และคลิปวิดีโอ ยูทูป โซเชียลแคม ที่ทำคลิปรีวิวสินค้าเกี่ยวกับความสวยงาม เครื่องสำอาง สุขภาพ ฯลฯ ถ้าจะให้เจาะลึกไปกว่านี้คงอีกนานเอาไว้เขียนในหัวข้อบทต่อไปดีกว่านะค่ะ

เว็บขายของ

ที่มาของภาพ www.bantumweb.com

สำหรับท่านใดที่ไม่มีความรู้ เกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์มาก่อนแต่พอใช้งานคอมพิวเตอร์ได้บ้าง ปัจจุบันนี้มีผู้ให้บริการ “เปิดร้านค้าออนไลน์” อยู่หลายเจ้าที่คอยให้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูป ที่จะทำให้ท่านสามารถมีเว็บไซต์ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องมีความรู้ก็สามารถมีเว็บไซต์ขายสินค้าเป็นของตัวเองได้

ผู้ให้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูป
www.weloveshopping.com
www.lnwshop.com
www.taradplaza.com
www.bantumweb.com

5.บริการเรื่องการชำระเงิน

สำหรับการขายสินค้าออนไลน์นั้น มีขั้นตอนการชำระเงินอยู่หลายวิธีด้วยกัน อย่างเช่น การโอนเงินผ่านทางธนาคารออนไลน์ paypal visa  หรือผ่านทางตู้ ATM  , 7-Eleven ,บัตรเติมเงิน และเก็บเงินปลายทางเลือกใช้วิธีใดก็ได้แล้วแต่ความสะดวกของลูกค้าของเรา ว่าสะดวกชำระผ่านช่องทางไหนง่ายที่สุดเราก็ควรมีให้บริการ

6.บริการจัดส่งสินค้า

ส่งสินค้ากับไปรษณีย์ไทยการจัดส่งสินค้าทุกวันนี้มีการพัฒนาบริการรับส่งสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีผู้ให้บริการอยู่หลายเจ้าแต่ส่วนใหญ่ที่นิยมเลือกใช้กันมากที่สุดคือ ไปรษณีย์ไทย เพราะมีความสะดวกและรวดเร็วครอบคลุมทั่วประเทศ หากเป็นสินค้าที่มีความใหญ่โตคงต้องพึ่งพาบริการอย่างของ DHL หรือ fedex เพราะมีความรวดเร็ว ถ้าเป็นจังหวัดที่อยู่ติดๆ กัน สามารถส่งสินค้าผ่านทางขนส่งกับรถประจำทางซึ่งเป็นที่นิยมกันพอสมควร เพราะส่งสินค้าไม่เกิน 1 วันนับจากวันที่ส่ง ให้ลองไปติดต่อกับคิวรถกันดูก่อนนะค่ะ

7.บริการหลังการขาย

สิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องให้ความสำคัญ ไม่แพ้กว่าสิ่งอื่นใดก็คือเรื่องบริการหลังการขาย หรือก่อนขาย เพราะจะทำให้ลูกค้าที่ซื้อสินค้าจากเราไป รู้สึกอบอุ่นและมั่นใจในผลิตภัณฑ์ทำให้เรายังคงมีลูกค้ารายเก่าอยู่ สินค้าบางอย่างเรื่องของราคานับว่าเป็นเรื่องที่รองลงมาจากการบริการ ตัวอย่างเช่น เราต้องการเปิดเว็บไซต์ออนไลน์เพื่อที่ต้องการขายสินค้า แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกเปิดกับเจ้าไหนดีเพราะมีบริการเปิดร้านค้าอยู่มากมาย ลองให้ท่านทำการส่งเมล์ไปดูหน่อยสิว่าแต่ละเจ้าใช้เวลาในการตอบจดหมายของเรากันกี่นาทีหรือเป็นชั่วโมง นี่คือตัวอย่างของการให้บริการก่อนการขายใครช้าเป็นอดค่ะ

ตัวอย่างบริการหลังการขายเป็นอย่างไร ง่ายๆ เมื่อทำการซื้อสินค้าไปแล้ว แต่มีปัญหาติดต่อไปแล้วนานมาก กว่าจะแก้ปัญหานั้นได้ บางเจ้าติดต่อไม่ได้เลยสุดท้ายคงต้องโบกมือลา บ๊าย..บาย.. ในที่สุด ถ้าไม่อยากให้ลูกค้าของเราเป็นเช่นนั้น ก็ควรใส่ใจเรื่องการบริการ ถึงลูกค้าไม่มีปัญหาอะไรก็ควรส่งอีเมล์ส่วนลด หรือทักทายไปบ้างก็ยังดี

ที่มา : เว็บไซต์ thaiarcheep.com

5 สิ่งควรทำหลัง Facebook บังคับเปลี่ยนชื่อ?

5 สิ่งควรทำหลัง Facebook บังคับเปลี่ยนชื่อ?  
 

5 สิ่งควรทำหลัง Facebook เปลี่ยนชื่อ

หลายๆคนคงกำลังโดน Facebook  ให้เปลี่ยนชื่อจริงและนามสกุลของเราให้ถูกต้องช่วงนี้ ( มกราคม 2015 ) ถ้าไม่เช่นนั้นบัญชีผู้ใช้งาน Facebook ของคุณจะใช้ไม่ได้  หลังจากที่เราเปลี่ยนชื่อไปกันแล้ว มี 5 สิ่งที่เราควรทำมากๆครับ

 

หลังจากที่วันนี้ผมนั่งล้อเลียนคนอื่น (ชาวบ้าน) ที่โดนเปลี่ยนชื่อเฟสบุคกัน ก็ถึงคราวที่ผมต้องโดนเองบ้างครับ เปิดเฟสบุคในโทรศัพท์อยู่ดีดีก็ขึ้น Session Expired ให้ Login ใหม่ ผมเลยไปลองเปิดในคอมก็เจอให้ Login ใหม่เช่นกัน ( ลองเข้าด้วย username [fb.com/username] หน้าก็หายไปเลย )

เปลี่ยนชื่อ Facebook

Facebook ก็จะให้เราทำการ Login ใหม่ แล้วจะพบกับหน้าตาคำเตือน ว่าเราต้องระบุชื่อ เราใหม่นะ ตามนโยบาย บลาๆ

เข้าสู่ระบ facebook และยืนยันตน

ให้เราทำการระบุชื่อ 3 ตัวดังต่อไปนี้

1. ชื่อจริง

2. ชื่อกลาง ไม่ใส่ก็ได้

3. นามสกุล

ชื่อจะออกมาดังนี้ ( ชื่อจริง ชื่อกลาง นามสกุล ) อย่างของผมเนี่ยยาวมาก

โปรดระวังหากระบุไปแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนได้อีกตลอด 60 วัน!!

ใส่ชื่อจริง Facebook

 

 

หลังจากที่เราเปลี่ยนชื่อกันเสร็จเรียบร้อย มาถึงสิ่งที่เราควรทำกันบ้างคับ

1. ตั้งชื่อในต่างภาษา ( กรณีเป็นภาษาอังกฤษ ) ถ้าภาษาไทยมันยังใช้คำอื่นๆได้อยู่ จากในภาพผมยังใช้คำว่า  โมชิ โปรแกรมเมอร์ ได้ยุครับ

facebook-add-thai-name

 

2. ตั้งชื่อเพิ่ม ไม่เช่นนั้นเพื่อนคุณจะจำคุณไม่ได้ หรือ เวลาจะ Tag คุณแล้วไม่เจอ ( ชื่อนี้จะแสดงท้ายชื่อจริงคุณ บนหน้า โปรไฟล์ )

โดยไปที่ About -> Details About You ->+ Add a nickname, a birth name…

เพิ่มชื่อรอง

 

3. เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ของคุณ ให้เห็นหน้าคุณชัดๆ เพื่อนให้เพื่อนคุณรู้ว่าคุณคือใคร!

4. ประกาศให้โลกรู้ว่าคุณคือใคร เช่นโพสสถานะบนหน้าวอลของตนเอง หรือ หน้าวอลของเพื่อนๆบ้าง

5. เพิ่มเบอร์โทรศัพท์ของคุณทิ้งไว้ใน Facebook  ( เพื่อกรณีให้ยืนยันตนเอง ในอนาคตจะได้ไม่ลำบาก )

เพิ่ม เบอร์โทรศัพท์

 

ขอบคุณมากครับที่อ่านจบ อย่าลืมแชร์กันนะคะ